46789
สั่งพิมพ์

พระมหากรุณาธิคุณ

พระมหากรุณาธิคุณ



"พระนิพนธ์" ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

ตลอดระยะเวลากว่า 84 พรรษาของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นอกจากพระองค์จะทรงประกอบพระกรณียกิจอันน้อยใหญ่นานัปการ ในการขจัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพสกนิกรชาวไทย เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และยังรับหน้าที่สานต่อพระราชปณิธานของสมเด็จย่าอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยแล้ว

องค์การยูเนสโกมอบเหรียญวิกเตอร์ อูโก (Victor Hugo) ในฐานะที่ทรงปรีชาสามารถทางด้านอักษรศาสตร์ฝรั่งเศส

พระกรณียกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งของพระองค์ ที่ถือได้ว่าสร้างคุณูปการแด่อนุชนรุ่นหลังให้ได้ศึกษาหาความรู้ และเพื่อนำไปใช้อ้างอิงในภายภาคหน้าต่อไปได้ ก็คือ "พระนิพนธ์" ในสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ที่ได้ทรงนิพนธ์ในวาระต่างๆ
       
       พระอัจฉริยภาพด้านอักษรศาสตร์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศส  ไม่เพียงเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของประชาชนชาวไทยเท่านั้น   แต่เป็นที่รับทราบของชาวต่างประเทศด้วย  จนเมื่อปี พ.ศ. 2535 องค์การยูเนสโกมอบเหรียญวิกเตอร์ อูโก (Victor Hugo) ในฐานะที่ทรงปรีชาสามารถทางด้านอักษรศาสตร์ฝรั่งเศส ทรงได้รับเหรียญเป็นลำดับที่ 4 ซึ่ง 3 ดับแรกเป็นชาวฝรั่งเศสทั้งสิ้น
       

       ส่วนผลงานที่พระองค์ได้ทรงนิพนธ์ไว้นั้น ล้วนนิพนธ์ขึ้นมาในโอกาสต่างๆกันไป อาทิ พระนิพนธ์เกี่ยวกับพระราชวงศ์ เท่าที่ได้รวบรวมไว้ ขณะนี้มีทั้งหมด 11 เรื่อง ดังนี้

พระนิพนธ์เกี่ยวกับราชวงศ์

      จุฬาลงกรณ์ราชสันตติวงศ์ พระนามราชโอรส ธิดา และพระราชนัดดา , แม่เล่าให้ฟัง , พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 , เวลาเป็นของมีค่า Busy Fingers , เจ้านายเล็กๆ – ยุวกษัตริย์ , ไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า Postcard Games , เจ้าฟ้าทหารเรือ พ.ศ. 2454ถึง พ.ศ. 2458 (ค.ศ. 1933 ถึง ค.ศ.1936 ) ,ตราแผ่นดิน ตราราชสกุลและสกุล อักษรพระนาม และนามย่อ ,สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ และงานศิลปะ Prince Mahidol and Art , จดหมายเหตุชาวบ้าน ข่าวสมเด็จย่าสวรรคตจากหนังสือพิมพ์ Popular chronicle From The Press, The Demise of the Princess Mother และ ส่งเสด็จสมเด็จย่า ประมวลเรื่องจากหนังสือพิมพ์
       
       โดยแต่ละเรื่องที่พระองค์นิพนธ์ล้วนเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่างวาระกัน แต่แฝงไว้ด้วยความหมายอย่างลึกซึ้งหาที่เปรียบมิได้ เช่น เรื่อง “จดหมายเหตุชาวบ้าน ข่าวสมเด็จย่าสวรรคต จาก หนังสือพิมพ์” พระองค์ทรงนิพนธ์ไว้ในปี พ.ศ. 2539 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับภาพความประทับใจในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ได้ลงข่าวการสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระประวัติอย่างละเอียด แล้วทำให้พระองค์รู้สึกประทับใจ และประสงค์ที่จะเก็บหนังสือพิมพ์เหล่านี้ไว้เป็นที่ระลึก และทำเป็นรูปเล่ม โดยหนังสือพิมพ์ที่ใช้มี 5 ฉบับ 3 ฉบับเป็นภาษาไทย อีก 2 ฉบับเป็นภาษาอังกฤษ
       
       แต่ก่อนหน้านั้นพระองค์เคยนิพนธ์หนังสือเกี่ยวกับราชวงศ์ไว้อีกหลายเรื่อง ไม่เรื่อง “แม่เล่าให้ฟัง” เป็นเรื่องราวที่พระองค์ได้ถ่ายทอดพระราชจริยวัตรอันงดงามและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนีในการดูแลอบรมพระโอรสและพระธิดาเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ อันเป็นที่มาแห่งการดำเนินชีวิตที่น่าเทิดทูนยิ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

พระนิพนธ์ด้านสารคดีท่องเที่ยว

“เวลาเป็นของมีค่า Busy Fingers” พระนิพนธ์เล่มนี้ตีพิมพ์ในปี 2530 โดยเนื้อเรื่องในพระนิพนธ์พระองค์พยายามฉายให้เห็นภาพความสำคัญของเวลาว่า “เวลาเป็นของมีค่า” เพราะพระองค์ได้รวบรวมพระจริยวัตรของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เริ่มตั้งแต่งานอดิเรกต่างๆ คือ มีการปั้นเครื่องกระเบื้อง เครื่องเคลือบดินเผา การปั้นพระพุทธรูป เมื่อทรงปั้นเสร็จแล้วมักจะมีการลงพระนามาภิไธย และลงวันที่กำกับไว้ทุกครั้ง มาไว้ในหนังสือเล่มดังกล่าว
       
       ถัดมาก็ได้ทรงนิพนธ์เรื่อง "เจ้านายเล็กๆ – ยุวกษัตริย์" เป็นหนังสือพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อทรงพระเยาว์ ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ นิพนธ์ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ( 5 ธันวาคม 2530) แบ่งเนื้อหาเป็น 3 ภาค ภาคแรก กล่าวถึงสมัยที่รัชกาลที่ 8 และ รัชกาลที่ 9 ยังทรงเป็นเจ้านายเล็กๆ ภาคที่ 2 กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของพระองค์พี่เป็นยุวกษัตริย์ และภาค 3 กล่าวถึง การเป็นยุวกษัตริย์ จนถึงพระองค์น้องต้องมาเป็นยุวกษัตริย์องค์ต่อไป โดยในหนังสือพระองค์ทรงรวบรวมภาพประกอบไว้มากถึง 800 ภาพ
       
       ในปี 2538 ก็ทรงมีผลงานนิพนธ์เรื่อง ไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า Postcard Games หนังสือเล่มนี้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ทรงเรียบเรียงขึ้นเป็นรูปเล่มของหนังสือ สาระในเล่มมีรูปภาพไปรษณียบัตรของพระบรมวงศ์ษานุวงศ์หลายๆ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาต่อ ณ.ต่างประเทศ หรือเสด็จเยือนต่างประเทศเพื่อเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับนานาอารยประเทศ และได้ทรงส่งไปรษณียบัตรเหล่านี้กลับเมืองไทยและกราบถวายบังคมทูลเรื่องราวต่างๆ ระหว่างทรงพำนักอยู่ ณ.ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นหนังสือเล่มนี้จึงเปรียบเสมือนจดหมายเหตุที่บันทึกเรื่องราวในอดีตต่างๆ ในหลายๆยุคสมัยตั้งแต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา

หนังสือทรงแปล

      ทั้งนี้จากการที่พระองค์ได้เสด็จเยือนประเทศต่างๆ ทั้งในทวีปยุโรป อเมริกา อาฟริกา เอเชีย และ ตะวันออกกลาง โดยการเสด็จเยือนแต่ละครั้ง นอกจากจะมีส่วนช่วยส่งเสริมสัมพันธไมตรี กระชับความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไทยและประเทศต่างๆให้แน่นแฟ้นใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นแล้ว พระองค์ยังได้ทรงนิพนธ์เรื่องราวที่ได้พบเห็น บางครั้งก็ได้ให้นักวิชาการและผู้ตามเสด็จไปค้นคว้าข้อมูล และรวบรวม จัดทำเป็นหนังสือสารคดี ที่มีคุณประโยชน์อย่างยิ่งยวดในวงวิชาการด้านต่างๆ อาทิ 1 โหลในเมืองจีน , ยูนาน Yunnan, สายธารอารยธรรมจีน : 7 ธานีแห่งอาณาจักรกลาง ,จากโคริโอสู่โคเรีย , และ 8 วันในสาธารณารัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี เป็นต้น
       
       ผลงานนิพนธ์ด้านสารคดีท่องเที่ยว อย่างเรื่อง “ที่ไซบีเรียหนาวไหม IS IT COLD IN SIBERIA” เป็นผลงานที่พระองค์ได้นิพนธ์ขึ้นหลังจากที่เสด็จเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต ระหว่างวันที่ 11 - 18  กรกฏาคม พ.ศ.2532 ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยความรู้เรื่องประเทศรัสเซียโดยสังเขป ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สภาพปัจจุบัน ความเป็นอยู่ และมีเรื่องราวการเยือนสถานที่ต่างๆ แต่ละวัน โดยเนื้อหาแบ่งเป็น 3 บท บทที่ 1 มอสโก บทที่ 2 โนโวซีเบียร์สค์ และบทที่ 3 เอียร์คุทส์ค์ ทุกบทเขียนภายในโครงสร้างกรอบเดียวกัน คำบรรยายประกอบภาพเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งผลงานเล่มนี้พระองค์ทรงนิพนธ์เมื่อปี พ.ศ. 2533

พระปรีชาสามารถอีกประการหนึ่งที่พระองค์ทรงมีไม่น้อยไปกว่าการเป็นนักเขียน ก็คือการทำหน้าที่เป็นนักแปลผลงานวรรณกรรม ในขณะที่พระองค์มีพระชันษาเพียง 9 ปีเท่านั้น นับว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดานักสำหรับเด็กไทยส่วนใหญ่ที่ไปใช้ชีวิตและเติบโตในต่างแดน ในการที่จะใช้ความเพียรพยายามใช้ภาษาไทยอย่างมุ่งมั่น โดยระหว่างที่ประทับ ณ วังสระปทุม ในปี พ.ศ.2475 พระองค์ทรงแปลนิทานสำหรับเด็กจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งหนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า “นิทานสำหรับเด็ก” พิมพ์แจกในงานวันประสูติสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวสามาตุจฉาเจ้า เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2475

ผลงานที่ทรงเป็น "บรรณาธิการิณี"

      
       ในขณะเดียวกันพระองค์ยังทรงเป็น บรรณาธิการนิตยสาร “รื่นรมย์” ซึ่งคิดทำขึ้นเอง เริ่มจากซื้อสมุดธรรมดาด้วยราคาราว 10 สตางค์ เขียนด้วยลายมือสมาชิกกองบรรณาธิการประกอบด้วยข้าราชบริพารรุ่นเยาว์วัยเดียวกันช่วยกันเขียน แต่ปรากฏว่าออกวางตลาดได้เพียงครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น นิตยสารเล่มนี้ก็มีเหตุต้องปิดตัวลงไปเพราะ “เหนื่อยเสียเหลือเกิน”
       
       ข้อมูลและภาพจาก : หนังสือ “แสงหนึ่งคือรุ้งงาม” หนังสือเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในโอกาสเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา

[ แก้ไขล่าสุด taauza เมื่อ 3/1/2008 13:27 ]

TOP



ประมวลภาพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงพระเมตตาต่อสรรพสัตว์

ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระเมตตาต่อสรรพสัตว์ ดังจะได้เห็นจากภาพที่บันทึกไว้ในหนังสือ "แสงหนึ่งคือรุ้งงาม"

[ แก้ไขล่าสุด taauza เมื่อ 3/1/2008 13:26 ]

ไฟลล์แนบ

2910551000000035801.jpg (19.62 KB)

3/1/2008 13:22

2910551000000035801.jpg

2933551000000035802.jpg (24.47 KB)

3/1/2008 13:22

2933551000000035802.jpg

2956551000000035803.jpg (21.25 KB)

3/1/2008 13:22

2956551000000035803.jpg

3018551000000035804.jpg (27.64 KB)

3/1/2008 13:22

3018551000000035804.jpg

3049551000000035805.jpg (43.86 KB)

3/1/2008 13:22

3049551000000035805.jpg

3117551000000035806.jpg (30.34 KB)

3/1/2008 13:22

3117551000000035806.jpg

3219551000000035807.jpg (28.92 KB)

3/1/2008 13:22

3219551000000035807.jpg

3246551000000035808.jpg (33.53 KB)

3/1/2008 13:22

3246551000000035808.jpg

3323551000000035810.jpg (26.83 KB)

3/1/2008 13:22

3323551000000035810.jpg

3346551000000035811.jpg (24.84 KB)

3/1/2008 13:22

3346551000000035811.jpg

3431551000000035812.jpg (20.99 KB)

3/1/2008 13:22

3431551000000035812.jpg

3524551000000035809.jpg (21.02 KB)

3/1/2008 13:22

3524551000000035809.jpg

TOP



พระราชประวัติ

 

ทรงพระเยาว์

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นพระธิดาพระองค์แรกใน สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ณ สถานพยาบาล กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระนามในพระสูติบัตรเมื่อแรกประสูติ คือ เมย์ ตามเดือนที่ประสูติ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงมีพระอนุชา ๒ พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระภัทรมหาราช พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา และ ในพ.ศ. ๒๔๗๘ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงเฉลิมพระเกียรติเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ครั้นเมื่อทรงเจริญพระชนมายุครบ ๖ รอบ ใน พ.ศ. ๒๕๓๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายในตามธรรมเนียมราชประเพณีเป็นพระองค์แรกในรัชกาลทรงพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

หลังจากที่ประสูติได้ไม่นานนัก สมเด็จพระบรมราชชนกได้ทรงย้ายจากกรุงลอนดอนไปประทับอยู่ที่เมืองเซาท์บอน ทางฝั่งตะวันออก และหลังจากนั้นไปประทับที่เมืองบอสคัม ทางชายฝั่งทะเลด้านใต้ของประเทศอังกฤษ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ประทับ ณ ประเทศอังกฤษ จนถึงเดือน ต.ค. พ.ศ. ๒๔๖๖ ได้ตามเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนก และสมเด็จพระบรมราชชนนี เสด็จกลับประเทศไทย
เมื่อเสด็จถึงประเทศไทย สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้พระราชทานพระตำหนักใหญ่ของวังสระปทุมเป็นที่ประทับ พระพี่เลี้ยงเนื่อง จินตดุล ซึ่งเป็นพระสหายสนิทของสมเด็จพระบรมราชชนนี ระหว่างที่ทรงศึกษาวิชาพยาบาลที่โรงพยาบาลศิริราช เป็นผู้ถวายการอภิบาล

ต่อมาพ.ศ. ๒๔๖๘ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ตามเสด็จ สมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนีไปประเทศเยอรมนีและประเทศฝรั่งเศส

การศึกษา

ใน พ.ศ. ๒๔๖๙ สมเด็จพระบรมราชชนก เสด็จกลับประเทศไทย เพื่อทรงร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างนั้น สมเด็จพระบรมราชชนนี ได้ทรงนำพระธิดาและพระโอรสพระองค์ แรกไปประทับ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และทรงฝากให้อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กโซเลย์ (Champ Soleil) หลายเดือน สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงทรงเริ่มรับสั่งภาษาฝรั่งเศส

ในปลาย พ.ศ. ๒๔๖๙ สมเด็จพระบรมราชชนกได้ทรงนำครอบครัวไปประทับที่เมืองบอสตัน (Boston) ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อทรงศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเริ่มศึกษาในระดับอนุบาลที่โรงเรียนพาร์ค (Park School) ใน พ.ศ. ๒๔๗๑

เมื่อสมเด็จพระบรมราชชนกทรงสำเร็จการศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาด (Harvard) จึงได้ทรงนำครอบครัวเสด็จกลับประเทศไทย และประทับ ณ พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเข้าศึกษาในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนราชินี และทรงศึกษาอยู่จนถึง พ.ศ. ๒๔๗๖ ภายหลังที่สมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จทิวงคตใน พ.ศ. ๒๔๗๒ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประทับอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนถึง พ.ศ. ๒๔๗๖

สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงได้รับพระบรมราชานุญาตให้นำพระโอรส-พระธิดาทั้ง ๓ พระองค์ไปประทับ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เข้าศึกษาในโซเลย์อีกครั้งหนึ่ง เป็นเวลา ๒ เดือน แล้วจึงเข้าศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาชื่อเมียร์มองต์ (Miremont) การศึกษาที่เมียร์มองต์นั้นครูมีการอ่านเรื่องสั้น ๆ ให้ฟัง นักเรียนจะต้องเขียนเรื่องที่ได้ฟังส่งให้ครูตรวจ ในระยะแรกทรงเขียนได้เพียง ๑ บรรทัด จากเรื่องยาวประมาณครึ่งหน้ากระดาษที่ครูอ่าน ครั้งหนึ่งครูให้เขียนประโยคเกี่ยวกับ TAON (ตัวเหลือบ) ทรงเข้าพระทัยคิดว่าเป็น PAON (นกยูง) เพราะเสียงคล้ายกัน จึงทรงเขียนว่า “TAON เป็นนกที่สวยงาม” แต่อีกต่อมาประมาณ ๒ ปี ก็ทรงเขียนร่วมกับนักเรียนชาวสวิตได้อย่างดี จนจบชั้นประถมศึกษา

พ.ศ. ๒๔๗๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศสละราชสมบัติ และรัฐบาลได้กราบบังคมทูลเชิญ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดลขึ้นครองราชย์สมบัติ หลังจากนั้นสมเด็จพระบรมราชชนนีทรงนำพระโอรส-พระธิดา ไปประทับที่บ้านซึ่งพระราชทานนามว่า วิลล่าวัฒนา (Villa Vadhana) เมืองปุยยี ใกล้กับโลซาน


พ.ศ. ๒๔๗๘ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเข้าศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสตรี ชื่อ École Supérieure de Jeunes Filles de la Ville de Lausanne ชั้นมัธยมศึกษาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์นับจาก ชั้น ๖ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ทรงสามารถสอบเข้าชั้น ๕ ในระดับมัธยมศึกษาได้ ทรงเรียนภาษาเยอรมันและภาษาละตินด้วย พ.ศ. ๒๔๘๑ ทรงย้ายไปศึกษาต่อที่เจนีวา ในลักษณะของนักเรียนประจำที่ International School of Geneva ทรงสอบผ่านชั้นสูงสุดของระดับมัธยมศึกษาได้เยี่ยมเป็นที่ ๑ ของโรงเรียน และที่ ๓ ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์

พ.ศ. ๒๔๘๕ ได้เสด็จเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยโลซานน์ในคณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมี ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี และได้รับ Diplôme de Chimiste A เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๑ ในระหว่างที่ทรงศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยโลซานน์ ได้ทรงเข้าศึกษาหลักสูตรของสังคมศาสตร์ - ครุศาสตร์ Diplime de Sciences Sociales Podagogiques อันประกอบด้วยวิชาต่าง ๆ ในสาขาวิชาการศึกษา วรรณคดี ปรัชญา และจิตวิทยา แม้เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีสาขาวิชาเคมีแล้ว ก็ยังทรงศึกษาวิชาวรรณคดีและปรัชญาต่อไปอีกด้วยความสนพระหฤทัย

การทรงงาน

เมื่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จนิวัติประเทศไทยใน พ.ศ. ๒๔๙๓ สมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงทราบดีว่าพระธิดาโปรดการเป็นครูมาแต่ทรงพระเยาว์ ได้รับสั่งแนะนำให้ทรงงานเป็นอาจารย์ จึงทรงรับงานเป็นอาจารย์พิเศษสอนภาษาฝรั่งเศสที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงสอนวิชาสนทนาภาษาฝรั่งเศส วิชาอารยธรรมฝรั่งเศส และวิชาวรรณคดีฝรั่งเศส นิสิตที่ได้มีโอกาสเป็นศิษย์ด้วยล้วนปีติยินดีในพระกรุณาธิคุณยิ่งนัก หลายคนรำลึกได้ว่าในวิชาวรรณคดีฝรั่งเศสทรงสอนผลงานของ Victor Hugo นักประพันธ์เอกของโลก สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงสอนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนถึง พ.ศ. ๒๕๐๑ ใน พ.ศ.๒๕๑๒ คณะศิลปศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ขอรับพระราชทานพระกรุณาให้ทรงเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทรงรับงานสอนและงานบริหารโดยทรงเป็นหัวหน้าสาขาสอนวิชาภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศส และผู้อำนวยการภาษาต่างประเทศ อันประกอบด้วยภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น และรัสเซีย สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงสอนวิชาภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศสแก่นักศึกษาชั้นปีต่าง ๆ และทรงดูแลการสอนของอาจารย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

นอกจากนี้ได้ทรงจัดทำหลักสูตรระดับปริญญาตรีภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศสจนสำเร็จในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นหลักสูตรที่ผสมผสานความรู้ด้านภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศสเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสม
ในระหว่างที่ทรงปฏิบัติงานสอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้กราบทูลเชิญเป็นองค์บรรยายพิเศษตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๕ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เมื่อพระราชกิจด้านอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ จึงทรงลาออกจากตำแหน่งอาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ก็ยังเสด็จเป็นองค์บรรยายพิเศษต่อไปอีก นอกจากนั้น ยังทรงรับเป็นองค์บรรยายพิเศษวิชาภาษาฝรั่งเศสในคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อีกด้วย

ต่อมาเมื่อทรงทราบปัญหาการขาดแคลนอาจารย์ของคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพราะเป็นมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในจังหวัดห่างไกลและมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ก็ได้พระราชทานพระเมตตา เสด็จไปทรงสอนวิชาภาษาฝรั่งเศสโดยประทับอยู่ในวิทยาเขตปัตตานี ดังเช่นอาจารย์อื่น ๆ ระหว่างที่ทรงงานสอน ได้ทรงร่วมกิจกรรมทางวิชาการหลายด้าน เช่น ทรงเป็นกรรมการสอบชิงทุน ก.พ. ไปศึกษาต่อต่างประเทศ ทรงเป็นประธานออกข้อสอบภาษาฝรั่งเศสในการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐ หลังจากที่ปฏิบัติงานด้านการสอนมาจนถึงเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๒๑ ทรงได้รับการโปรดเกล้าฯ พระราชทานตำแหน่ง ศาสตราจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


ด้วยพระปรีชาญาณจากประสบการณ์ที่ทรงงานสอนภาษาฝรั่งเศสมาเป็นระยะเวลานาน จึงทรงตระหนักถึงปัญหาความต่อเนื่องในการเรียนภาษาฝรั่งเศสระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา ทรงริเริ่มก่อตั้งสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทยขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การปรับปรุงวิธีการสอนทั้งระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา ทรงดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๐ จนถึง พ.ศ. ๒๕๒๔ จากนั้นก็ทรงดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์สมาคมฯ มาจนถึงปัจจุบัน สมเด็จฯ เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้พระราชทานพระอนุเคราะห์แก่สมาคมฯ ในทุกทาง อาทิ ทรงสนับสนุนการพิมพ์วารสารของสมาคม เพื่อเผยแพร่ความรู้ใหม่ ๆ พระราชทานพระนิพนธ์บทความลงวารสาร ทรงส่งเสริมให้สมาชิกครูได้เข้ารับการสัมมนา ดูงานและศึกษาต่อ เป็นต้น การเรียนการสอนวิชาภาษาฝรั่งเศสและการวิจัยด้านภาษาฝรั่งเศสในประเทศไทยทั้งระดับมัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษาจึงเจริญรุดหน้าเป็นลำดับ.

TOP



สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ขัตติยราชนารีผู้ทรงคุณแห่งแผ่นดิน

ก่อนรุ่งสางของวันที่ 2 มกราคม พุทธศักราช 2551 ฟ้าเบื้องบนที่มักไม่ร้างห่างจากประกายระยิบของแสงดาว กลับแลดูสงัด คล้ายมีใครสักคนคลี่ผืนผ้าสีราตรีห่มคลุมทั่วท้องนภา เพื่อไว้อาลัยแด่เทพเทวาองค์ใดองค์หนึ่ง…กระทั่งราชสำนักแถลงการณ์ ว่าสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ พสกนิกรทั่วสยามประเทศจึงประจักษ์ว่าฟ้าเบื้องบนมิเพียงร่วมไว้อาลัย หากทรงรับเทวาผู้เป็นมิ่งขวัญของแผ่นดินเสด็จสู่สรวงสวรรค์ ประทับอยู่ ณ ที่แห่งนั้น แผ่พระมหากรุณาธิคุณอันไพศาล ปกเกล้าคุ้มภัยพสกนิกรของพระองค์...ชั่วกาลนาน
       
       สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ เมืองเอดินบะระ ประเทศอังกฤษ เป็นพระธิดาพระองค์แรกใน สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
       
       เมื่อแรกประสูติทรงพระนามในสูติบัตรว่า May ตามที่โรงพยาบาลตั้งถวาย ต่อมาเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตั้งพระนามว่า หม่อมเจ้าหญิงกัลยาณิวัฒนา มหิดล (คำว่า "วัฒนา" ในพระนาม ทรงตั้งตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี) ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา

                       
       
       **ความผูกพันครอบครัว “มหิดล” **
       
       ในปี พ.ศ.2467 สมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จพร้อมกับครอบครัวเล็ก ๆ ไปยังประเทศเยอรมนี เพื่อรักษาพระองค์ และในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ.2468 พระอนุชาพระองค์แรกได้ประสูติ ณ โรงพยาบาลเมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี และได้รับพระราชทานพระนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “หม่อมเจ้าอานันทมหิดล”
       
       สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ได้ตรัสถึงพระอนุชาซึ่งทรงเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวในหนังสือ “เจ้านายเล็ก ๆ –ยุวกษัตริย์” ว่า
       
       “ข้าพเจ้าเองจำเหตุการณ์สำคัญนี้ไม่ได้เลย เพราะอายุเพียง 2 ขวบ 4 เดือน แต่คงยินดีอย่างมากที่ได้น้อง ซึ่งคงไม่เป็นเรื่องธรรมดานัก เพราะในหลายครอบครัวลูกคนโตมักจะอิจฉาน้องที่อ่อนกว่าไม่มากนัก เพราะพ่อแม่มักให้ความสำคัญแก่ลูกคนใหม่ แต่ทูลหม่อมฯแม่และแหนน (นางสาวเนื่อง จินตตุล พระพี่เลี้ยง ภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ท้าวอินทรสุริยา”) คงได้อธิบายเรื่องน้องที่จะเกิดไว้อย่างดี ข้าพเจ้าจึงรู้สึกรักและอยากช่วยเลี้ยงน้อง”
       
       ต่อมาในปี พ.ศ.2469 ครอบครัวราชสกุลมหิดลเสด็จยังสหรัฐอเมริกา สมเด็จพระบรมราชชนกทรงศึกษาต่อจนได้รับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต มีเหตุการณ์ที่สำคัญเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อพระอนุชาพระองค์ที่สองได้ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2470 ณ โรงพยาบา&#