ตลอดระยะเวลากว่า 84 พรรษาของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นอกจากพระองค์จะทรงประกอบพระกรณียกิจอันน้อยใหญ่นานัปการ ในการขจัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพสกนิกรชาวไทย เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และยังรับหน้าที่สานต่อพระราชปณิธานของสมเด็จย่าอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยแล้ว

องค์การยูเนสโกมอบเหรียญวิกเตอร์ อูโก (Victor Hugo) ในฐานะที่ทรงปรีชาสามารถทางด้านอักษรศาสตร์ฝรั่งเศส
พระกรณียกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งของพระองค์ ที่ถือได้ว่าสร้างคุณูปการแด่อนุชนรุ่นหลังให้ได้ศึกษาหาความรู้ และเพื่อนำไปใช้อ้างอิงในภายภาคหน้าต่อไปได้ ก็คือ "พระนิพนธ์" ในสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ที่ได้ทรงนิพนธ์ในวาระต่างๆ
พระอัจฉริยภาพด้านอักษรศาสตร์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศส ไม่เพียงเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของประชาชนชาวไทยเท่านั้น แต่เป็นที่รับทราบของชาวต่างประเทศด้วย จนเมื่อปี พ.ศ. 2535 องค์การยูเนสโกมอบเหรียญวิกเตอร์ อูโก (Victor Hugo) ในฐานะที่ทรงปรีชาสามารถทางด้านอักษรศาสตร์ฝรั่งเศส ทรงได้รับเหรียญเป็นลำดับที่ 4 ซึ่ง 3 ดับแรกเป็นชาวฝรั่งเศสทั้งสิ้น
ส่วนผลงานที่พระองค์ได้ทรงนิพนธ์ไว้นั้น ล้วนนิพนธ์ขึ้นมาในโอกาสต่างๆกันไป อาทิ พระนิพนธ์เกี่ยวกับพระราชวงศ์ เท่าที่ได้รวบรวมไว้ ขณะนี้มีทั้งหมด 11 เรื่อง ดังนี้

พระนิพนธ์เกี่ยวกับราชวงศ์
จุฬาลงกรณ์ราชสันตติวงศ์ พระนามราชโอรส ธิดา และพระราชนัดดา , แม่เล่าให้ฟัง , พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 , เวลาเป็นของมีค่า Busy Fingers , เจ้านายเล็กๆ – ยุวกษัตริย์ , ไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า Postcard Games , เจ้าฟ้าทหารเรือ พ.ศ. 2454ถึง พ.ศ. 2458 (ค.ศ. 1933 ถึง ค.ศ.1936 ) ,ตราแผ่นดิน ตราราชสกุลและสกุล อักษรพระนาม และนามย่อ ,สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ และงานศิลปะ Prince Mahidol and Art , จดหมายเหตุชาวบ้าน ข่าวสมเด็จย่าสวรรคตจากหนังสือพิมพ์ Popular chronicle From The Press, The Demise of the Princess Mother และ ส่งเสด็จสมเด็จย่า ประมวลเรื่องจากหนังสือพิมพ์
โดยแต่ละเรื่องที่พระองค์นิพนธ์ล้วนเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่างวาระกัน แต่แฝงไว้ด้วยความหมายอย่างลึกซึ้งหาที่เปรียบมิได้ เช่น เรื่อง “จดหมายเหตุชาวบ้าน ข่าวสมเด็จย่าสวรรคต จาก หนังสือพิมพ์” พระองค์ทรงนิพนธ์ไว้ในปี พ.ศ. 2539 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับภาพความประทับใจในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ได้ลงข่าวการสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระประวัติอย่างละเอียด แล้วทำให้พระองค์รู้สึกประทับใจ และประสงค์ที่จะเก็บหนังสือพิมพ์เหล่านี้ไว้เป็นที่ระลึก และทำเป็นรูปเล่ม โดยหนังสือพิมพ์ที่ใช้มี 5 ฉบับ 3 ฉบับเป็นภาษาไทย อีก 2 ฉบับเป็นภาษาอังกฤษ
แต่ก่อนหน้านั้นพระองค์เคยนิพนธ์หนังสือเกี่ยวกับราชวงศ์ไว้อีกหลายเรื่อง ไม่เรื่อง “แม่เล่าให้ฟัง” เป็นเรื่องราวที่พระองค์ได้ถ่ายทอดพระราชจริยวัตรอันงดงามและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนีในการดูแลอบรมพระโอรสและพระธิดาเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ อันเป็นที่มาแห่งการดำเนินชีวิตที่น่าเทิดทูนยิ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

พระนิพนธ์ด้านสารคดีท่องเที่ยว
“เวลาเป็นของมีค่า Busy Fingers” พระนิพนธ์เล่มนี้ตีพิมพ์ในปี 2530 โดยเนื้อเรื่องในพระนิพนธ์พระองค์พยายามฉายให้เห็นภาพความสำคัญของเวลาว่า “เวลาเป็นของมีค่า” เพราะพระองค์ได้รวบรวมพระจริยวัตรของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เริ่มตั้งแต่งานอดิเรกต่างๆ คือ มีการปั้นเครื่องกระเบื้อง เครื่องเคลือบดินเผา การปั้นพระพุทธรูป เมื่อทรงปั้นเสร็จแล้วมักจะมีการลงพระนามาภิไธย และลงวันที่กำกับไว้ทุกครั้ง มาไว้ในหนังสือเล่มดังกล่าว
ถัดมาก็ได้ทรงนิพนธ์เรื่อง "เจ้านายเล็กๆ – ยุวกษัตริย์" เป็นหนังสือพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อทรงพระเยาว์ ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ นิพนธ์ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ( 5 ธันวาคม 2530) แบ่งเนื้อหาเป็น 3 ภาค ภาคแรก กล่าวถึงสมัยที่รัชกาลที่ 8 และ รัชกาลที่ 9 ยังทรงเป็นเจ้านายเล็กๆ ภาคที่ 2 กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของพระองค์พี่เป็นยุวกษัตริย์ และภาค 3 กล่าวถึง การเป็นยุวกษัตริย์ จนถึงพระองค์น้องต้องมาเป็นยุวกษัตริย์องค์ต่อไป โดยในหนังสือพระองค์ทรงรวบรวมภาพประกอบไว้มากถึง 800 ภาพ
ในปี 2538 ก็ทรงมีผลงานนิพนธ์เรื่อง ไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า Postcard Games หนังสือเล่มนี้สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ทรงเรียบเรียงขึ้นเป็นรูปเล่มของหนังสือ สาระในเล่มมีรูปภาพไปรษณียบัตรของพระบรมวงศ์ษานุวงศ์หลายๆ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาต่อ ณ.ต่างประเทศ หรือเสด็จเยือนต่างประเทศเพื่อเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับนานาอารยประเทศ และได้ทรงส่งไปรษณียบัตรเหล่านี้กลับเมืองไทยและกราบถวายบังคมทูลเรื่องราวต่างๆ ระหว่างทรงพำนักอยู่ ณ.ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นหนังสือเล่มนี้จึงเปรียบเสมือนจดหมายเหตุที่บันทึกเรื่องราวในอดีตต่างๆ ในหลายๆยุคสมัยตั้งแต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา

หนังสือทรงแปล
ทั้งนี้จากการที่พระองค์ได้เสด็จเยือนประเทศต่างๆ ทั้งในทวีปยุโรป อเมริกา อาฟริกา เอเชีย และ ตะวันออกกลาง โดยการเสด็จเยือนแต่ละครั้ง นอกจากจะมีส่วนช่วยส่งเสริมสัมพันธไมตรี กระชับความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไทยและประเทศต่างๆให้แน่นแฟ้นใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นแล้ว พระองค์ยังได้ทรงนิพนธ์เรื่องราวที่ได้พบเห็น บางครั้งก็ได้ให้นักวิชาการและผู้ตามเสด็จไปค้นคว้าข้อมูล และรวบรวม จัดทำเป็นหนังสือสารคดี ที่มีคุณประโยชน์อย่างยิ่งยวดในวงวิชาการด้านต่างๆ อาทิ 1 โหลในเมืองจีน , ยูนาน Yunnan, สายธารอารยธรรมจีน : 7 ธานีแห่งอาณาจักรกลาง ,จากโคริโอสู่โคเรีย , และ 8 วันในสาธารณารัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี เป็นต้น
ผลงานนิพนธ์ด้านสารคดีท่องเที่ยว อย่างเรื่อง “ที่ไซบีเรียหนาวไหม IS IT COLD IN SIBERIA” เป็นผลงานที่พระองค์ได้นิพนธ์ขึ้นหลังจากที่เสด็จเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต ระหว่างวันที่ 11 - 18 กรกฏาคม พ.ศ.2532 ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยความรู้เรื่องประเทศรัสเซียโดยสังเขป ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สภาพปัจจุบัน ความเป็นอยู่ และมีเรื่องราวการเยือนสถานที่ต่างๆ แต่ละวัน โดยเนื้อหาแบ่งเป็น 3 บท บทที่ 1 มอสโก บทที่ 2 โนโวซีเบียร์สค์ และบทที่ 3 เอียร์คุทส์ค์ ทุกบทเขียนภายในโครงสร้างกรอบเดียวกัน คำบรรยายประกอบภาพเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งผลงานเล่มนี้พระองค์ทรงนิพนธ์เมื่อปี พ.ศ. 2533
พระปรีชาสามารถอีกประการหนึ่งที่พระองค์ทรงมีไม่น้อยไปกว่าการเป็นนักเขียน ก็คือการทำหน้าที่เป็นนักแปลผลงานวรรณกรรม ในขณะที่พระองค์มีพระชันษาเพียง 9 ปีเท่านั้น นับว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดานักสำหรับเด็กไทยส่วนใหญ่ที่ไปใช้ชีวิตและเติบโตในต่างแดน ในการที่จะใช้ความเพียรพยายามใช้ภาษาไทยอย่างมุ่งมั่น โดยระหว่างที่ประทับ ณ วังสระปทุม ในปี พ.ศ.2475 พระองค์ทรงแปลนิทานสำหรับเด็กจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งหนังสือเล่มนั้นมีชื่อว่า “นิทานสำหรับเด็ก” พิมพ์แจกในงานวันประสูติสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวสามาตุจฉาเจ้า เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2475

ผลงานที่ทรงเป็น "บรรณาธิการิณี"
ในขณะเดียวกันพระองค์ยังทรงเป็น บรรณาธิการนิตยสาร “รื่นรมย์” ซึ่งคิดทำขึ้นเอง เริ่มจากซื้อสมุดธรรมดาด้วยราคาราว 10 สตางค์ เขียนด้วยลายมือสมาชิกกองบรรณาธิการประกอบด้วยข้าราชบริพารรุ่นเยาว์วัยเดียวกันช่วยกันเขียน แต่ปรากฏว่าออกวางตลาดได้เพียงครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น นิตยสารเล่มนี้ก็มีเหตุต้องปิดตัวลงไปเพราะ “เหนื่อยเสียเหลือเกิน”
ข้อมูลและภาพจาก : หนังสือ “แสงหนึ่งคือรุ้งงาม” หนังสือเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในโอกาสเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา